จากเมืองสู่ป่า..และการเผชิญหน้า
posted on 03 May 2008 16:42 by palette in Color-of-life
จากเมืองสู่ป่า..และการเผชิญหน้า
เกือบหกโมงเย็น...
รถขับเคลื่อนสี่ล้อเคลื่อนไปข้างหน้า เบื้องบนแดดช่วงเย็นวับแวมลอดยอดไม้ลงมา
เบื้องล่างกิ่งไม้ ใบไม้ หักเกลื่อนกล่น กองขี้ช้างบนพื้นถนน ทำให้เราสองคนต้องมอง
หน้ากันด้วยความตื่นตัว เพื่อนลดความเร็วลงอีกเล็กน้อย.......สายตามองกราดไปทั่ว.
ผ่านทางเข้าน้ำตกเหวนรกมาได้ไม่ไกลนัก พอถึงทางตรงเพื่อนก็ต้องแตะเบรคลดความเร็ว
เพราะมีรถจอดขวางอยู่กลางถนน คนขับบอกว่ามีช้างฝูงหนึ่งหากินอยู่ข้างหน้า เป็นอย่างที่
เราคิดไว้ เมื่อเห็นกองขี้ช้างสดใหม่และเศษใบไม้เกลื่อนถนน ช้างฝูงนั้นมี 5 ตัวกำลังเดินหากิน
ไปตามป่าข้างทาง เป็นแม่ลูกอ่อน 2 คู่ ลูกช้างยังตัวเล็ก พัวพันไม่ยอมห่างแม่ อีกตัวเป็นวัยรุ่น
หนุ่ม(ดูจากงาที่เพิ่งโผล่มาให้เห็นไม่ยาวสักเท่าไร) เจ้าตัวนี้ดูจะนิสัยก้าวร้าวค่อนข้างห้าวสมวัย
ถ้ามีรถเข้ามาใกล้ มันมักจะเดินเข้ามาหาทำท่าเอาเรื่อง ทำให้เราต้องพากันถอยรถหนีเป็นระยะ
เสียงกิ่งไม้หักโครมครามชวนให้หวาดเสียว แม่ช้างใช้งวงดึงกิ่งไม้ลงมากินแบบใจเย็นไม่เกรงใจใคร
ช้างเป็นสัตว์ใหญ่แต่กินมังสวิรัติ อาหารหลักก็ได้แก่ กิ่งไม้ เปลือกไม้ ที่ให้พลังงานต่ำ ในแต่ละวัน
ช้างแต่ละตัวจึงต้องกินอาหารมากกว่า 200 กิโลกรัม ผ่านไปที่ใดก็ป่าราบเป็นหน้ากลองทีเดียว
อันที่จริงช้างเป็นผู้บุกเบิก เส้นทางเดินของสัตว์ป่าต่างๆมักเริ่มจากการเป็นด่านช้างมาก่อน
กิ่งไม้ใบไม้ที่อยู่สูงช้างจะใช้งวงดึงลงมากินอย่างสบาย ที่เหลืออยู่ตามพื้นก็ได้เผื่อแผ่เป็นอาหาร
ให้สัตว์อื่นๆที่ตามมาทีหลังได้ลิ้มลอง นอกจากกินพืชแล้ว ช้างยังต้องกินแร่ธาตุจากดินโป่งเพื่อ
เสริมสร้างกระดูกและงาให้แข็งแรง ขึ้นเขาใหญ่แต่ละครั้ง ผมเคยพบช้างลงกินโป่งที่ริมถนนหลายครั้ง
ทั้งในเวลากลางคืนและ แม้แต่ในตอนกลางวันแสกๆ
กว่าครึ่งชั่วโมงที่เราจอดรอความเคลื่อนไหวของช้างฝูงนั้นโดยทิ้งช่วงห่างประมาณ 30 เมตร
พวกมันเดินนำหน้าเราไปเรื่อยๆและคาดว่าคงจะเป็นแบบนี้อีกนาน สองฟากถนนเริ่มไต่ระดับ
ความสูง ซ้ายมือเป็นเหวลึก ส่วนทางด้านขวาเป็นเขา ถึงตอนนี้ความมืดเริ่มห่มคลุม เราไม่กล้า
เปิดไฟหน้าจึงเปิดแต่ไฟตัดหมอกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิดไฟหน้ารถเพื่อให้มองเห็น
ความเคลื่อนไหวของฝูงช้างได้ชัดเจนน่าจะดีกว่า ในตอนนั้นมีรถขาลงทางฝั่งโน้น ที่ยังคงลงมาไม่ได้
เช่นกัน ค่อยยังชั่วที่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยกัน.
ในจังหวะหนึ่งที่ช้างทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ข้างทาง รถขาลงฉวยโอกาสค่อยๆขับเฉียดฝูงช้างลงมา
เจ้าช้างวัยรุ่นคงห้าวจัดทำท่าจะออกมาขวางทาง จนรถต้องเบี่ยงหนีห่างจากช้าง แค่งวงเอื้อมถึง
แต่มันก็ไม่ได้ทำอะไร กระทั่งรถผ่านไปได้ ฝนเริ่มปรอยๆถ้าหูไม่แว่ว ผมได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก
ดังมาจากในป่าข้างทาง....ชักเสียวเหมือนกัน เราเตรียมตัวจะขยับไปจากที่นี่ เมื่อเจ้าเพื่อนคนขับ
เหลือบไปมองกระจกด้านหลัง แสงไฟจากท้ายรถสะท้อนผิวสีเทาของช้างพลายวัยหนุ่มงายาวราว
ฟุตครึ่งเห็นเป็นเงาตะคุ่มท่ามกลางความมืด ดูเหมือนมันกำลังเดินมุ่งมาที่รถเรา......... เอาละสิ...........
ข้างหลังก็เดินตรงเข้ามา ข้างหน้าก็ขวางกันอยู่เต็มถนนเหมือนอยู่ในวงล้อม ผมบอกให้เพื่อนขยับรถ
เสียงใส่เกียร์เดินหน้าอย่างแผ่วเบา (แต่ดูเหมือนจะดังไปทั่วทั้งป่าในความคิดเรา) ตอนนี้ฝูงช้างขยับ
ค่อนไปทางเลนขวา ทางซ้ายยังพอมีช่องให้ผ่านไปได้ พอรถเริ่มออกตัวเจ้าช้างหนุ่มวัยรุ่นก็ผละจากฝูง
มายืนจังก้าอยู่กลางถนน เพื่อนผมพยายามเบี่ยงออกซ้ายแทบจะชิดขอบถนนเหลือที่พอคนเดินผ่านได้
แต่เจ้ากร่างช้างหนุ่มกลับก้าวตรงมาที่รถ ห่างจากเราไม่ถึง 8 เมตร เพื่อนผมเบรคตัวโก่ง เจ้ากร่างมัน
ก็เพียงแต่ชูงวงขึ้นขวางประกาศความเป็นเจ้าป่า แบบเหมือนจะทีเล่นมากกว่าทีจริง เพื่อนผมจัดการ
ค่อยๆถอยหลังช้าๆแล้วจอดนิ่ง สักพักเราก็ต้องขนหัวลุกอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่า มีช้างอีกตัวที่ด้านหลังเรา
มันยังคงเดินมาช้าๆเฉียดข้างรถเราไปเฉยๆก่อนจะไปรวมตัวกับฝูงด้านหน้า.
ผมเพ่งมองเจ้าช้างกร่างแล้วก็สบถออกมาเบาพอได้ยินกันสองคน (ก็กลัวช้างมันจะได้ยินน่ะ)
" มันไม่ให้ไปก็ช่างมันเว้ย รออีกสักพักก็ได้วะ "
" เออ พวกมัน(ที่ขึ้นมาถึงก่อนตั้งแต่เช้า)คงเตรียมที่ทางไว้แล้วล่ะ "
ผมก้มเปิดกระติกหยิบเบียร์ส่งให้เพื่อน แล้วเปิดให้ตัวเอง ควักโทรศัพท์ออกมา มีสัญญาณสามขีด
ลองโทรออกดู...ใช้ได้เสียงปลายสายกรอกเสียงด่าปนความเป้นห่วงมา ผมบอกถึงสาเหตุของความล่าช้า
มี่ดูท่าจะยืดเยื้อต่อไปอีกนานแค่ไหนก็บอกไม่ได้ ถึงตอนนี้มีรถมาต่อท้ายเราอีกสองคัน ทำท่าจะแซงเรา
ขึ้นไปเพื่อนผมยื่นมือออกไปเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีอะไรขวางอยู่ข้างหน้า(ช้างตั้งฝูงมันมองไม่เห็นรึไงวะ)
เบียร์หมดไปค่อนกระป๋องแล้ว ขณะที่เจ้าช้างลูกน้อยตัวหนึ่ง ล้มตัวลงนอนมันกลางถนนซะงั้น นอนนิ่ง
(สงสัยจะหลับ)เจ้าตัวแม่เดินออกมายืนคร่อมคุมเชิง ระแวดระวังอันตรายให้ลูกของมัน ส่วนเจ้าตัวอื่นๆ
ก็ยังคงง่วนอยู่กับบุฟเฟ่ท์หลากชนิด.............ส่วนคนอย่างเรา ทำอะไรไม่ได้นอกจาก.........................รอ
เวลาผ่านไปหลายกระป๋อง เมื่อเจ้าช้างทารกลุกขึ้นและเดินตามแม่เพื่อออกหากินต่อนั้น ด้านหลังต่อท้ายเรา
ทั้งหมด 3 คัน เรารอจนช้างเคลื่อนตัวเดินขึ้นเนินลับหัวโค้งไปสักพักหนึ่ง แสงไฟหน้ารถสวนลงมาเป็นขบวน
แสดงว่าช้างคงเปิดทางให้แล้ว ตบขาเพื่อนเเทนคำพูด เท่าทันกันในความคิด มันจัดการเคลื่อนรถสวนขึ้นไป
โดยไม่รั้งรอ ผมมองผ่านกระจกออกไป จึงเห็นว่าฝูงช้างไต่เนินดินข้างทาง ขึ้นไปกินใบไม้อย่างสบายใจเฉิบ
รถทางด้านหลังเริ่มเคลื่อนขบวนตามมา ผมเหลือบมองนาฬิกาที่หน้ารถ.........เกือบสีทุ่มแล้วหรือนี่.
........................................................................................
โผล่หัวโผล่หางมาอีกครั้งหลังจากคอมพิวเตอร์ืเกิดการเสียหายเกินจะเยียวยารักษา
ทำให้ห่างหายจากเพื่อนๆทุกท่านไปโดยไมาขอแก้ตัวอีกทั้งหน้าที่การงานบังคับให้ต้องจากบ้านไปไกลแสนไกลถึงมาเลย์
กลับมาคราวนี้ก็คงจะหายหัวไปอีก กลัวจะถูกด่าลับหลังเลยต้องมาขออภัยไว้ตรงนี้ด้วย
ส่วนเรื่องข้างบนนั้นเป็นเรื่องที่ต่อจากเอนทรีเก่า เขียนไว้นานแล้วแต่คอมเจ๊งเสียก่อนดังที่ได้บอกไป
ท้ายนี้ขอให้มีความสุขกันถ้วนทั่วนะครับ แล้วกลับมาอีกทีจะแวะเวียนไปอย่างเคย
ขอให้โชคดีค่ะ
#1 By Menamarea on 2008-05-03 19:32